Share

เมื่อเราจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้อยู่ระหว่าง 20 -50 กรัม/วัน แต่กินโปรตีนในปริมาณที่พอเหมาะ ร่างกายจะเริ่มเผาไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก การเปลี่ยนไขมัน เป็นน้ำตาลให้สมองได้ใช้งาน จะได้สารเคมีในร่างกายออกมาอีกกลุ่มหนึ่ง คือ สารกลุ่มคีโตน ซึ่งเซลล์ร่างกายนำไปใช้งานได้เช่นกัน และ เนื่องจากสารคีโตนผ่านเยื่อหุ้มสมองได้ สมองจึงสามารถใช้คีโตนเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์สมอง ซึ่งทำให้เกิดอนุมูลอิสระภายในไมโตคอนเดียร ซึ่งเป็นอวัยวะเล็กๆที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานภายในเซลล์ น้อยกว่าการใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลักมาก นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งจึงตั้งสมมุติฐานว่า การรับประทานอาหารแบบจำกัดคาร์โบไฮเดรต จนตับสามารถผลิตสารคีโตน ให้ร่างกายได้ใช้งาน ที่เรียกว่า การรับประทานอาหารแบบ "คีโตเจนิค ไดเอท" จะทำให้สมองมีพลังงานเพิ่มขึ้น และ ชะลอความเสื่อมของสมองลง และ ทำให้เกิดการเผาไขมันสะสม รวมทั้งไขมันที่เรารับประทานเข้าไป การเผาผลาญไขมัน ทำให้เกิดสารชื่อ คีโตน บอดี้ส์ ซึ่งเซลล์ร่างกายและเซลล์สมองนำไปใช้ได้ ภาวะที่ร่างกายใช้การเผาผลาญไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก เรียกว่าภาวะคีโตซีส (Ketosis) ซึ่งสามารถตรวจหาสารคีโตนบอดีส์ได้ในปัสสาวะ หรือ ทางลมหายใจ

คีโตนบอดี้จากภายนอก หรือ Exogenous Ketones คืออะไร

สารคีโตนที่ตับผลิตได้เอง เรียกว่า Endogenous Ketone คือ สารคีโตนที่ร่างกายผลิตได้เอง แต่เราสามารถรับประทานสารคีโตนจากภายนอกร่างกายได้ด้วย เพื่อเร่งภาวะคีโตซีส (Ketosis) คือ ภาวะที่ร่างกายเผาผลาญไขมัน และ ใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักแทนน้ำตาลได้ สารคีโตนที่ร่างกายได้รับจากภายนอก ถูกเรียกว่า Exogenous Ketones

กรดไขมันสายกลาง (Medium Chain Triglycerides)

กรดไขมันสายกลาง หรือ Medium Chain Triglyceride มีคุณสมบัติเป็น Exogenous Ketone ซึ่งในคนที่รับประทานอาหารแบบคีโตเจนิค ไดเอท เพื่อการเผาไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก การรับประทาน Exogenous Ketone หรือ คีโตนบอดี้จากภายนอก จะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโตซีส (Ketosis) ได้เร็วขึ้น โดยที่ไม่ต้องจำกัดคาร์โบไฮเดรตอย่างเข้มงวดมากนัก กรดไขมันขนาดกลาง ไม่ต้องผ่านตับ แต่เข้าไปเผาผลาญในเซลล์ได้เลย และ ใช้ได้ดีอย่างยิ่ง ในผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารแบบคีโตเจนิค ไดเอท เพื่อการลดน้ำหนัก แต่ไม่สามารถรับประทานไขมันได้ในปริมาณที่มากพอ

กรดไขมันสายกลางจากน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าว เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของกรดไขมันสายกลาง อย่างไรก็ตามโมเลกุลของกรดไขมันสายกลางในน้ำมันมะพร้าว ก็ยังมีความยาวของโมเลกุลคาร์บอนอะตอมที่หลากหลาย แหล่งกรดไขมันสายกลางที่ดี จะมีความยาวของโมเลกุลคาร์บอนอะตอมที่ 8-10 โมเลกุล

คาร์พริลิก แอซิด (Caprylic Acid : C8) เป็นโครงสร้างโมเลกุลของกรดไขมันสายกลางจากน้ำมันมะพร้าวที่สมองใช้ได้ไวที่สุด และยังทำให้การทำงานของทางเดินอาหารดีอีกด้วย เนื่องจากคุณสมบัติในการต้านจุลชีพตัวร้ายในลำไส้ แต่ Caprylic Acid เป็นวัตถุดิบที่มีราคาแพงที่สุดของกรดไขมันสายกลางในน้ำมันมะพร้าว เนื่องจากเผาผลาญเป็นพลังงานได้เร็วที่สุด และ สมองใช้ได้ดีที่สุด

คาร์พริค แอซิด (Capric Acid : C10) เป็นกรดไขมันสายกลางอีกตัวหนึ่งในน้ำมันมะพร้าว เผาผลาญได้ช้ากว่า Caprylic Acid แต่มีคุณสมบัติเป็นคีโตนบอดี้จากภายนอกเช่นกัน

วิธีการใช้กรดไขมันสายกลางจากน้ำมันมะพร้าวให้ได้ผลในคีโตเจนิค ไดเอท เพื่อการลดน้ำหนัก

1. ผสมลงในมื้ออาหารทุกมื้อ

2. กระจายการรับประทานให้เป็นตลอดทั้งวัน

3. กินช่วงทำ Fasting (อดอาหาร) เพื่อเร่งการเผาไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก

4. กินก่อนออกกำลังกาย

5. ใส่ลงในเครื่องดื่มเช่นกาแฟ เพื่อเพิ่มรสชาด และ เพิ่มการเผาผลาญ


References

1. St-Onge, MP; Jones, PJ (2002). "Physiological effects of medium-chain triglycerides: potential agents in the prevention of obesity". The Journal of Nutrition. 132 (3): 329–332.
2. Clegg, ME (2010). "Medium-chain triglycerides are advantageous in promoting weight loss although not beneficial to exercise performance". International Journal of Food Sciences and Nutrition. 61 (7): 653–679.
3. Rego Costa, AC; Rosado, EL; Soares-Mota, M (2012). "Influence of the dietary intake of medium chain triglycerides on body composition, energy expenditure and satiety: a systematic review". Nutr Hosp. 27 (1): 103–138.

เอกสารเพื่อการอบรมภายในบริษัทเท่านั้น

Related Products